Thermage กับ Ulthera ต่างกันยังไง แบบไหนเหมาะกับใคร
Thermage กับ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ชนิดพลังงานและชั้นผิวที่เน้นดูแล โดย Thermage ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวแน่นขึ้น ส่วน Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุดลงลึกถึงชั้น SMAS จึงเน้นการยกผิวและโครงหน้าจากชั้นลึกมากกว่า การเลือกทำควรดูจากปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก
Thermage กับ Ulthera ต่างกันตรงไหน
ความแตกต่างหลักอยู่ที่พลังงานและระดับความลึกของการทำงาน
Thermage ใช้คลื่นวิทยุ RF กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยจัดการไขมันบางส่วนบริเวณแก้มหรือเหนียง
Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุด ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกแก้ม กรอบหน้า คิ้ว และผิวที่หย่อนจากชั้นลึก
ความรู้สึกขณะทำ Thermage มักรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดเป็นช่วง ๆ ส่วน Ulthera มักให้ความรู้สึกจี๊ดลึกใต้ผิว
ผลลัพธ์ ทั้งสองเครื่องต้องใช้เวลาให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น จึงจะเห็นผลชัดขึ้นตามลำดับ
Thermage เหมาะกับใคร
Thermage เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด มีแก้มหรือเหนียง และต้องการให้ผิวแน่นขึ้นโดยไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะคนที่ต้องการดูแลทั้งความหย่อนคล้อยและไขมันส่วนเกินบางบริเวณในครั้งเดียว
Ulthera เหมาะกับใคร
Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกผิวจากชั้นลึก เช่น แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก หรือมีความหย่อนคล้อยที่ต้องการเน้นการยกขึ้นมากกว่าการลดไขมัน
Thermage กับ Ulthera แบบไหนดีกว่า
ไม่มีเครื่องไหนดีกว่ากันในทุกกรณี เพราะเหมาะกับปัญหาคนละแบบ หากมีผิวหย่อนร่วมกับแก้มหรือเหนียง Thermage อาจตอบโจทย์มากกว่า แต่หากต้องการยกโครงหน้าและผิวจากชั้นลึก Ulthera อาจเหมาะกว่า
บางคนอาจเหมาะกับการใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกัน แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าควรทำแบบใด บริเวณไหน และใช้พลังงานระดับใดให้เหมาะกับสภาพผิว
สรุป
Thermage กับ Ulthera ต่างกันที่พลังงานและชั้นผิวที่เน้นดูแล โดย Thermage ใช้ RF เน้นกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยลดไขมันบางส่วน ส่วน Ulthera ใช้อัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกโครงหน้าและผิวจากชั้นลึก ดังนั้นควรเลือกจากปัญหาผิวมากกว่าดูว่าเครื่องไหนดีกว่าเพียงอย่างเดียว
Thermage กับ Ulthera ต่างกันตรงไหน
ความแตกต่างหลักอยู่ที่พลังงานและระดับความลึกของการทำงาน
Thermage ใช้คลื่นวิทยุ RF กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยจัดการไขมันบางส่วนบริเวณแก้มหรือเหนียง
Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุด ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกแก้ม กรอบหน้า คิ้ว และผิวที่หย่อนจากชั้นลึก
ความรู้สึกขณะทำ Thermage มักรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดเป็นช่วง ๆ ส่วน Ulthera มักให้ความรู้สึกจี๊ดลึกใต้ผิว
ผลลัพธ์ ทั้งสองเครื่องต้องใช้เวลาให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น จึงจะเห็นผลชัดขึ้นตามลำดับ
Thermage เหมาะกับใคร
Thermage เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด มีแก้มหรือเหนียง และต้องการให้ผิวแน่นขึ้นโดยไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะคนที่ต้องการดูแลทั้งความหย่อนคล้อยและไขมันส่วนเกินบางบริเวณในครั้งเดียว
Ulthera เหมาะกับใคร
Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกผิวจากชั้นลึก เช่น แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก หรือมีความหย่อนคล้อยที่ต้องการเน้นการยกขึ้นมากกว่าการลดไขมัน
Thermage กับ Ulthera แบบไหนดีกว่า
ไม่มีเครื่องไหนดีกว่ากันในทุกกรณี เพราะเหมาะกับปัญหาคนละแบบ หากมีผิวหย่อนร่วมกับแก้มหรือเหนียง Thermage อาจตอบโจทย์มากกว่า แต่หากต้องการยกโครงหน้าและผิวจากชั้นลึก Ulthera อาจเหมาะกว่า
บางคนอาจเหมาะกับการใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกัน แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าควรทำแบบใด บริเวณไหน และใช้พลังงานระดับใดให้เหมาะกับสภาพผิว
สรุป
Thermage กับ Ulthera ต่างกันที่พลังงานและชั้นผิวที่เน้นดูแล โดย Thermage ใช้ RF เน้นกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยลดไขมันบางส่วน ส่วน Ulthera ใช้อัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกโครงหน้าและผิวจากชั้นลึก ดังนั้นควรเลือกจากปัญหาผิวมากกว่าดูว่าเครื่องไหนดีกว่าเพียงอย่างเดียว
-
ราคา : 0 บาท
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สถานที่/ตำแหน่งร้าน
สถานที่ :
เรื่องที่คุณอาจสนใจ





