Probation คือ อะไร ทำไมต้อง 119 วัน และเลิกจ้างต้องจ่ายอะไร

ช่วยแนะนำร้านให้เพื่อน
Probation คือ ช่วงทดลองงานที่นายจ้างใช้ประเมินความรู้ ทักษะ และการปรับตัวของพนักงานใหม่ ก่อนตัดสินใจบรรจุเป็นพนักงานประจำ หรือมองอีกมุมหนึ่งคือช่วงที่ทั้งสองฝ่ายทดลองกันและกัน นายจ้างดูว่าพนักงานทำงานได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ส่วนพนักงานก็ได้ดูว่างานจริงและวัฒนธรรมองค์กรตรงกับที่คิดไว้หรือเปล่า

สิ่งที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดคือคิดว่ากฎหมายแรงงานไทยบังคับให้ทุกบริษัทต้องมีช่วงทดลองงาน ความจริงคือกฎหมายแรงงานไม่มีบทบัญญัติเรื่องทดลองงานไว้โดยตรงเลย การกำหนด Probation เป็นเพียงข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างเท่านั้น บริษัทจะกำหนดให้มีหรือไม่มีก็ได้

ทดลองงานกี่เดือน และทำไมต้อง 119 วัน

กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานระยะเวลาทดลองงานไว้ตายตัว บริษัทกำหนดเองได้ตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง โดยที่พบบ่อยจะอยู่ในช่วง 90 ถึง 119 วัน หรือราว 3 ถึง 4 เดือน

ตัวเลข 119 วันที่เห็นบ่อยเป็นพิเศษในประกาศรับสมัครงานไม่ใช่ตัวเลขสุ่ม แต่มีที่มาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ที่กำหนดว่าลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป หากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน บริษัทจำนวนมากจึงกำหนดให้ผลประเมินเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 120 เพื่อให้การตัดสินใจเกิดขึ้นก่อนที่ภาระค่าชดเชยจะเริ่มต้น

ความต่างระหว่าง 119 กับ 120 วันจึงไม่ใช่แค่หนึ่งวัน แต่คือเส้นแบ่งที่ทำให้สิทธิค่าชดเชยเกิดขึ้นทันที และเกิดขึ้นโดยไม่สนว่าฝ่ายบริหารจะประกาศผลการประเมินอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง

จุดที่ HR มือใหม่คำนวณผิดบ่อยที่สุดคือ การนับวันต้องนับตามปฏิทินตั้งแต่วันเริ่มงาน ไม่ใช่นับเฉพาะวันที่มาทำงานจริง วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีที่อยู่ในช่วงนั้นถูกนับรวมทั้งหมด

ต่อโปรได้ไหม และนับวันใหม่หรือเปล่า

ต่อโปรหรือการขยายเวลาทดลองงานทำได้หากลูกจ้างยินยอม เช่น กรณีผลประเมินยังไม่ชัดเจนและอยากให้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกสักระยะ

แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ระยะเวลาการจ้างงานนับต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ไม่ได้รีเซ็ตใหม่ตั้งแต่วันที่ต่อโปร ดังนั้นถ้ารวมช่วงทดลองงานเดิมกับช่วงที่ต่อโปรแล้วเกิน 120 วัน สิทธิค่าชดเชยจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเลิกจ้างในภายหลัง แม้จะยังเรียกสถานะว่าอยู่ระหว่างต่อโปรก็ตาม

หลายบริษัทเสียเงินโดยไม่ตั้งใจตรงจุดนี้ เพราะเข้าใจว่าต่อโปรแล้วเวลาเริ่มนับใหม่

พนักงานทดลองงานมีสิทธิอะไรบ้าง

ต้องย้ำให้ชัดว่าสิทธิของพนักงานทดลองงานตามกฎหมายแรงงานเท่าเทียมกับพนักงานประจำทุกประการ สถานะทดลองงานไม่ได้ทำให้สิทธิพื้นฐานลดลง สิทธิสำคัญที่ต้องได้มีดังนี้

ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่นั้น ค่าล่วงเวลาเมื่อทำงานเกินเวลาปกติตามอัตราที่กฎหมายกำหนด วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป สิทธิลาป่วยตามที่ป่วยจริงโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี สิทธิลากิจธุระจำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญคือ ต้องเข้าระบบประกันสังคมตั้งแต่วันแรก โดยนายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน ไม่สามารถรอให้ผ่านโปรก่อนแล้วค่อยขึ้นทะเบียนได้

คำว่าทดลองงานจึงเป็นเพียงสถานะที่ใช้ประเมินผลภายในองค์กรเท่านั้น ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ใช้ลดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างได้

ไม่ผ่านโปร นายจ้างต้องจ่ายอะไรบ้าง

เรื่องนี้แยกพิจารณาได้เป็นสามกรณี

เลิกจ้างก่อนทำงานครบ 120 วัน ยังไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน แต่ยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดค่าจ้าง หากไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้พนักงาน

เลิกจ้างตั้งแต่วันที่ทำงานครบ 120 วันเป็นต้นไป ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามมาตรา 118 บวกค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหากไม่ได้แจ้งตามกำหนด

ลูกจ้างมีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีนี้เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

จุดที่ HR พลาดบ่อยที่สุดคือกรณีแรก หลายคนเข้าใจว่าไม่ผ่านโปรก็บอกเลิกจ้างได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะ การบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นคนละเรื่องกับค่าชดเชยเลิกจ้าง แม้ลูกจ้างจะยังไม่มีสิทธิรับค่าชดเชย แต่สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายอยู่ดี

และไม่ว่าจะเป็นกรณีใด สิ่งที่ต้องจ่ายให้ครบเสมอคือค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลาที่ยังไม่ได้เคลียร์ และเงินอื่นที่ตกลงกันไว้ในสัญญาจ้าง

เรื่องที่มักถูกมองข้าม ไม่ผ่านโปรไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง

ประเด็นที่นายจ้างควรเข้าใจให้ตรงคือ การประเมินว่าไม่ผ่านทดลองงานไม่ได้ทำให้การเลิกจ้างกลายเป็นการเลิกจ้างเพราะลูกจ้างมีความผิดโดยอัตโนมัติ ในทางกฎหมายยังถือเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามมาตรา 119 อยู่ดี

ผลที่ตามมาคือ นอกจากภาระเรื่องค่าชดเชยและการบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว หากลูกจ้างเห็นว่าการเลิกจ้างไม่มีเหตุผลอันสมควร ยังสามารถฟ้องเป็นคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อศาลแรงงานได้ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือให้ชดใช้ค่าเสียหายได้

นี่คือเหตุผลที่เอกสารการประเมินมีความสำคัญมากกว่าที่หลายบริษัทคิด เพราะสิ่งที่ใช้ยืนยันได้ว่าการตัดสินใจมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ความรู้สึกของหัวหน้างาน คือบันทึกการประเมินที่ทำไว้เป็นระยะและ Feedback ที่เคยแจ้งให้พนักงานทราบ

แนวทางที่ลดความเสี่ยงได้จริงคือ กำหนดเกณฑ์ประเมินให้ชัดตั้งแต่วันแรก ประเมินเป็นระยะแทนการประเมินครั้งเดียวตอนใกล้ครบกำหนด ให้ Feedback สม่ำเสมอไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสม เก็บเอกสารทุกครั้งไว้เป็นหลักฐาน และตัดสินใจให้เสร็จก่อนวันที่ 119 โดยเผื่อเวลาสำหรับการบอกกล่าวล่วงหน้าไว้ด้วย

ไม่ผ่านโปรแล้วได้เงินว่างงานจากประกันสังคมไหม

คำถามนี้พนักงานถามบ่อยแต่ไม่ค่อยมีใครตอบชัด คำตอบคือโดยทั่วไป ยังไม่ได้ เพราะสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานของผู้ประกันตนมาตรา 33 กำหนดว่าต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน

คนที่ถูกเลิกจ้างตอนทดลองงาน 119 วัน เท่ากับส่งสมทบมาราว 4 เดือน จึงยังไม่ถึงเกณฑ์ ยกเว้นกรณีที่เคยทำงานที่อื่นมาก่อนและมีเดือนสมทบสะสมอยู่แล้วในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถนับรวมกันได้

ประเด็นนี้สำคัญกับทั้งสองฝ่าย ฝั่งพนักงานควรรู้ไว้เพื่อวางแผนการเงินระหว่างหางานใหม่ ส่วนฝั่ง HR การอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดตอนแจ้งผลช่วยลดความขุ่นข้องใจได้มาก เพราะพนักงานหลายคนเข้าใจว่าถูกเลิกจ้างแล้วต้องได้เงินว่างงานเสมอ

รายละเอียดที่เหลือ ทั้งตารางสรุปว่าแต่ละกรณีต้องจ่ายอะไรบ้าง สิทธิพนักงานทดลองงานแบบครบทุกข้อรวมถึงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่เริ่มบังคับใช้ และคำถามที่พบบ่อยเรื่องการลาออกระหว่างทดลองงาน อ่านเพิ่มได้จากบทความProbation คืออะไรฉบับเต็ม ซึ่งสรุปไว้พร้อมมาตราอ้างอิงครบถ้วน

สรุป

Probation คือช่วงทดลองงานที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมี แต่ถ้ามี ลูกจ้างทดลองงานได้รับความคุ้มครองเท่าพนักงานประจำทุกประการ ทั้งค่าจ้าง วันลา และประกันสังคมที่ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน เส้นแบ่งสำคัญอยู่ที่ 120 วัน เพราะสิทธิค่าชดเชยจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อทำงานครบ และการต่อโปรไม่ได้ทำให้การนับวันเริ่มใหม่ สิ่งที่นายจ้างควรทำจึงไม่ใช่การจับจ้องปฏิทินอย่างเดียว แต่คือการวางเกณฑ์ประเมินให้ชัดและเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ เพราะนั่นคือสิ่งที่ใช้ยืนยันได้จริงเมื่อเกิดข้อพิพาท
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สถานที่/ตำแหน่งร้าน

สถานที่ :

เรื่องที่คุณอาจสนใจ