ใบแจ้งหนี้ คืออะไร มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีออกใบแจ้งหนี้ให้ถูกต้อง

ช่วยแนะนำร้านให้เพื่อน
เมื่อธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการแล้วไม่ได้รับเงินทันที เช่น ตกลงให้ลูกค้าชำระเงินภายใน 30 วัน ผู้ขายจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดรายการและยอดเงินที่ลูกค้าต้องชำระ เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าต้องจ่ายเงินเท่าไรและภายในวันไหน

ใบแจ้งหนี้ จึงเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในกระบวนการเรียกเก็บเงิน โดยระบุรายละเอียดของสินค้า บริการ จำนวนเงิน เงื่อนไขการชำระเงิน และวันครบกำหนดชำระ เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีข้อมูลอ้างอิงตรงกัน

นอกจากใช้แจ้งยอดให้ลูกค้าทราบแล้ว ข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ยังช่วยให้ธุรกิจติดตามลูกหนี้ ตรวจสอบรายการขาย และจัดการกระแสเงินสดได้เป็นระบบมากขึ้น

ใบแจ้งหนี้ คืออะไร?

ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คือ เอกสารที่ผู้ขายออกให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการ พร้อมจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน

ใบแจ้งหนี้มักใช้ในกรณีที่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระเงินในวันที่ซื้อสินค้าหรือได้รับบริการทันที เช่น การขายสินค้าแบบเครดิต การให้บริการรายเดือน หรือการชำระเงินตามงวดของโครงการ

ข้อมูลในใบแจ้งหนี้โดยทั่วไปจะประกอบด้วยชื่อผู้ขายและลูกค้า รายการสินค้าและบริการ จำนวน ราคา ยอดรวม รวมถึงวันที่หรือเงื่อนไขการชำระเงิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดก่อนชำระเงินได้

อย่างไรก็ตาม ใบแจ้งหนี้ไม่ใช่หลักฐานการรับเงิน เพราะการออกใบแจ้งหนี้เป็นการแจ้งยอดที่ต้องชำระ ขณะที่ใบเสร็จรับเงินใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว

ใบแจ้งหนี้ใช้ทำอะไร?

ใบแจ้งหนี้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการขายและเรียกเก็บเงินของธุรกิจ โดยสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ดังนี้

1. แจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการ

ใบแจ้งหนี้ช่วยให้ลูกค้าทราบว่ารายการที่ต้องชำระประกอบด้วยสินค้าและบริการอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร และมีราคาต่อรายการเท่าไร

การระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลกับรายการที่สั่งซื้อหรือข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนชำระเงิน

2. แจ้งยอดเงินที่ต้องชำระ

ผู้ขายสามารถใช้ใบแจ้งหนี้เพื่อแจ้งยอดที่ลูกค้าต้องชำระ โดยแสดงรายละเอียดราคา ส่วนลด ภาษีมูลค่าเพิ่ม และยอดสุทธิ ตามลักษณะของธุรกิจและรายการขาย

3. กำหนดวันครบกำหนดชำระเงิน

สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าแบบเครดิตหรือให้บริการโดยเรียกเก็บเงินภายหลัง ใบแจ้งหนี้สามารถระบุวันครบกำหนดชำระและเงื่อนไขการชำระเงิน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าต้องชำระเงินเมื่อไร

ตัวอย่างเช่น กำหนดเครดิต 30 วัน หรือกำหนดให้ชำระเงินภายในวันที่ระบุในใบแจ้งหนี้

4. ใช้ติดตามลูกหนี้การค้า

ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ในการติดตามสถานะการชำระเงิน เช่น ใบไหนยังไม่ถึงกำหนด ใบไหนถึงกำหนดแล้ว หรือใบไหนเลยกำหนดชำระ

เมื่อมีใบแจ้งหนี้หลายรายการ การจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ธุรกิจติดตามลูกหนี้ได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่รายการเรียกเก็บเงินจะตกหล่น

ใบแจ้งหนี้ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?

รูปแบบของใบแจ้งหนี้อาจแตกต่างกันไปตามธุรกิจและลักษณะการซื้อขาย แต่โดยทั่วไปควรมีข้อมูลที่เพียงพอให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบรายการและชำระเงินได้อย่างถูกต้อง เช่น

คำว่า “ใบแจ้งหนี้” หรือ Invoice
เลขที่ใบแจ้งหนี้
วันที่ออกใบแจ้งหนี้
ชื่อและข้อมูลของผู้ขาย
ชื่อและข้อมูลของลูกค้า
รายการสินค้า หรือรายละเอียดบริการ
จำนวนสินค้า หรือปริมาณบริการ
ราคาต่อหน่วย
ส่วนลด (ถ้ามี)
จำนวนเงินรวม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
ยอดเงินสุทธิ
วันครบกำหนดชำระ
เงื่อนไขการชำระเงิน
ช่องทางหรือรายละเอียดสำหรับชำระเงิน
หมายเหตุหรือข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับธุรกิจที่มีการออกใบแจ้งหนี้เป็นจำนวนมาก ควรกำหนดเลขที่เอกสารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและตรวจสอบย้อนหลัง

ใบแจ้งหนี้ออกเมื่อไร?

โดยทั่วไปธุรกิจจะออกใบแจ้งหนี้เมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการและต้องเรียกเก็บเงินจากลูกค้า โดยเฉพาะกรณีที่ลูกค้าไม่ได้ชำระเงินทันที

ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจมีการออกใบแจ้งหนี้ เช่น

ขายสินค้าแบบเครดิต
ธุรกิจส่งสินค้าให้ลูกค้าในเดือนกันยายน และตกลงให้ลูกค้าชำระเงินภายใน 30 วัน ผู้ขายสามารถออกใบแจ้งหนี้เพื่อแจ้งยอดและกำหนดวันครบกำหนดชำระ

ให้บริการรายเดือน
ธุรกิจให้บริการดูแลระบบแก่ลูกค้าเป็นรายเดือน เมื่อครบกำหนดรอบการให้บริการ ผู้ขายสามารถออกใบแจ้งหนี้สำหรับค่าบริการของเดือนนั้น

ชำระเงินตามงวด
โครงการที่ตกลงแบ่งการชำระเงินออกเป็นหลายงวด ผู้ขายสามารถออกเอกสารเรียกเก็บเงินตามเงื่อนไขของแต่ละงวด

ทั้งนี้ ลำดับการออกเอกสารและรูปแบบการเรียกเก็บเงินอาจแตกต่างกันตามประเภทของธุรกิจและข้อตกลงระหว่างคู่ค้า

ใบแจ้งหนี้ต่างจากใบเสร็จรับเงินอย่างไร?

ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินเกี่ยวข้องกับการรับชำระเงินเหมือนกัน แต่ใช้ในคนละขั้นตอน

เอกสาร ใช้สำหรับ
ใบแจ้งหนี้ แจ้งรายละเอียดและยอดเงินที่ลูกค้าต้องชำระ
ใบเสร็จรับเงิน ยืนยันว่าผู้ขายได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว
ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารภาษีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ใบส่งของ แสดงรายการสินค้าที่จัดส่งให้ลูกค้า

ตัวอย่างเช่น บริษัทขายสินค้าให้ลูกค้าโดยให้เครดิต 30 วัน บริษัทอาจออกใบแจ้งหนี้เพื่อแจ้งยอดที่ต้องชำระก่อน เมื่อได้รับเงินจากลูกค้าแล้วจึงออกใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงิน

ดังนั้น ใบแจ้งหนี้ไม่ได้มีความหมายเดียวกับใบเสร็จรับเงิน และไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่พิจารณาหน้าที่ของเอกสารแต่ละประเภท

ใบแจ้งหนี้ต่างจากใบกำกับภาษีอย่างไร?

แม้ใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีอาจปรากฏข้อมูลการขายที่คล้ายกัน แต่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

ใบแจ้งหนี้ มีหน้าที่หลักในการแจ้งรายละเอียดสินค้า บริการ และยอดเงินที่ลูกค้าต้องชำระ ส่วน ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มและต้องจัดทำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ในบางกรณี ธุรกิจอาจจัดทำเอกสารที่รวมข้อมูลของใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีไว้ในเอกสารเดียวกันได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ก่อนออกเอกสารควรพิจารณาประเภทธุรกรรม สถานะทางภาษี และเงื่อนไขของการซื้อขายให้เหมาะสม

ขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้

การออกใบแจ้งหนี้สามารถจัดการเป็นขั้นตอน เพื่อช่วยลดความผิดพลาดของข้อมูลและทำให้ติดตามการชำระเงินได้ง่ายขึ้น

1. ตรวจสอบข้อมูลลูกค้า

ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีที่ลูกค้าเป็นนิติบุคคล

2. ตรวจสอบรายการขายหรือบริการ

ตรวจสอบรายการสินค้า จำนวน ราคา และรายละเอียดบริการให้ตรงกับใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือข้อตกลงที่ทำไว้กับลูกค้า

3. จัดทำใบแจ้งหนี้

นำข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วมาจัดทำใบแจ้งหนี้ พร้อมระบุยอดเงิน เงื่อนไขการชำระ และวันครบกำหนดให้ชัดเจน

4. ส่งใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้า

ส่งใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าตามช่องทางที่ตกลงกัน เช่น เอกสารกระดาษ อีเมล หรือระบบออนไลน์

5. ติดตามสถานะการชำระเงิน

หลังจากออกใบแจ้งหนี้แล้ว ควรติดตามสถานะการชำระเงิน โดยเฉพาะรายการที่ใกล้ถึงหรือเลยกำหนด เพื่อให้ธุรกิจบริหารลูกหนี้และกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

ใบแจ้งหนี้ค้างชำระ ควรทำอย่างไร?

หากลูกค้ายังไม่ชำระเงินเมื่อถึงวันครบกำหนด ธุรกิจควรตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าการชำระเงินยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือมีการชำระแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึกข้อมูล

จากนั้นสามารถติดตามลูกค้าตามขั้นตอนที่เหมาะสม เช่น

ตรวจสอบวันครบกำหนด

ดูวันที่ครบกำหนดจากใบแจ้งหนี้และเงื่อนไขเครดิตที่ตกลงกับลูกค้า

แจ้งเตือนลูกค้า

หากใกล้ถึงกำหนดหรือเลยกำหนดชำระ อาจส่งข้อความหรืออีเมลเพื่อแจ้งเตือนลูกค้า พร้อมแนบรายละเอียดใบแจ้งหนี้ที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบสถานะการชำระเงิน

ตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือหลักฐานการชำระเงิน เพื่อยืนยันว่าลูกค้าได้ชำระเงินแล้วหรือยัง

จัดการลูกหนี้ตามสถานะ

ธุรกิจที่มีลูกค้าหลายรายควรแยกสถานะของใบแจ้งหนี้ เช่น ยังไม่ถึงกำหนด ใกล้ครบกำหนด เกินกำหนด และชำระเงินแล้ว เพื่อให้สามารถติดตามได้อย่างเป็นระบบ

ตัวอย่างใบแจ้งหนี้

สมมติว่าบริษัท A ให้บริการออกแบบเว็บไซต์แก่บริษัท B มูลค่า 50,000 บาท โดยตกลงให้ชำระเงินภายใน 30 วัน

ใบแจ้งหนี้ของบริษัท A อาจระบุข้อมูล เช่น

ผู้ขาย: บริษัท A จำกัด
ผู้ซื้อ: บริษัท B จำกัด
รายการ: ค่าบริการออกแบบเว็บไซต์
จำนวน: 1 งาน
ค่าบริการ: 50,000 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม: 3,500 บาท
ยอดรวม: 53,500 บาท
เงื่อนไขการชำระ: เครดิต 30 วัน
วันครบกำหนด: วันที่กำหนดตามเงื่อนไขเครดิต

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าใบแจ้งหนี้ควรมีข้อมูลที่ทำให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจนว่าเป็นค่าอะไร ต้องชำระจำนวนเท่าไร และต้องชำระภายในวันไหน

ใบแจ้งหนี้สามารถออกเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม?

ปัจจุบันธุรกิจสามารถจัดทำและส่งใบแจ้งหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามกระบวนการและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง การใช้ระบบออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจสร้างเอกสาร ส่งให้ลูกค้า และจัดเก็บข้อมูลได้สะดวกกว่าการจัดการเอกสารกระดาษเพียงอย่างเดียว

สำหรับธุรกิจที่มีใบแจ้งหนี้จำนวนมาก การใช้ระบบจัดการเอกสารสามารถช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำ เช่น การกรอกข้อมูลลูกค้า การคำนวณยอดเงิน การจัดเก็บเอกสาร และการค้นหาใบแจ้งหนี้ย้อนหลัง

หากเชื่อมโยงข้อมูลการขาย การออกใบแจ้งหนี้ การรับชำระเงิน และงานบัญชีไว้ในระบบเดียวกัน ก็ช่วยให้ธุรกิจติดตามสถานะของแต่ละรายการได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่ข้อมูลจะตกหล่นระหว่างขั้นตอน

ข้อควรระวังในการออกใบแจ้งหนี้

แม้การออกใบแจ้งหนี้จะเป็นขั้นตอนที่ธุรกิจทำเป็นประจำ แต่ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจทำให้เกิดปัญหาในการเรียกเก็บเงินหรือการตรวจสอบเอกสารได้ จึงควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้ก่อนส่งให้ลูกค้า

ตรวจสอบชื่อและข้อมูลของลูกค้าให้ถูกต้อง
ตรวจสอบรายการสินค้าและบริการให้ตรงกับข้อตกลง
ตรวจสอบจำนวนและราคาต่อหน่วย
ตรวจสอบส่วนลดและภาษีที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบยอดรวมและยอดสุทธิ
ระบุวันครบกำหนดชำระให้ชัดเจน
ตรวจสอบเลขที่ใบแจ้งหนี้ไม่ให้ซ้ำ
เก็บสำเนาเอกสารและหลักฐานการส่งไว้
ติดตามสถานะการชำระเงินหลังออกเอกสาร

การตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งใบแจ้งหนี้ช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ลูกค้าได้รับข้อมูลผิด ยอดเงินไม่ตรง หรือจำเป็นต้องออกเอกสารใหม่

สรุป ใบแจ้งหนี้สำคัญอย่างไรกับธุรกิจ?

ใบแจ้งหนี้ เป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการขายและเรียกเก็บเงิน โดยใช้แจ้งรายละเอียดสินค้า บริการ ยอดเงิน และเงื่อนไขการชำระให้ลูกค้าทราบ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายสินค้าแบบเครดิตหรือให้บริการแล้วเรียกเก็บเงินภายหลัง

นอกจากช่วยให้ลูกค้าทราบยอดที่ต้องชำระแล้ว การจัดเก็บข้อมูลใบแจ้งหนี้อย่างเป็นระบบยังช่วยให้ธุรกิจติดตามลูกหนี้ ตรวจสอบรายการขาย และดูสถานะการชำระเงินได้ง่ายขึ้น

หากธุรกิจมีรายการขายและใบแจ้งหนี้จำนวนมาก การนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดการเอกสารก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดงานซ้ำและทำให้ข้อมูลการขาย การเรียกเก็บเงิน และบัญชีเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้
ใบแจ้งหนี้คืออะไร?

ใบแจ้งหนี้คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อเพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการและจำนวนเงินที่ต้องชำระตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน

ใบแจ้งหนี้ใช้แทนใบเสร็จรับเงินได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะใบแจ้งหนี้ใช้แจ้งยอดหรือเรียกเก็บเงินจากลูกค้า ส่วนใบเสร็จรับเงินใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว

ใบแจ้งหนี้ต้องมี VAT หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีของธุรกิจและลักษณะของรายการ หากธุรกิจจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและรายการอยู่ในข่ายที่ต้องเสีย VAT ก็จะมีการคำนวณและแสดง VAT ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ใบแจ้งหนี้ต้องมีเลขที่เอกสารหรือไม่?

ควรกำหนดเลขที่ใบแจ้งหนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ ค้นหา และตรวจสอบรายการย้อนหลัง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการออกใบแจ้งหนี้จำนวนมาก

ใบแจ้งหนี้ออกก่อนหรือหลังรับเงิน?

โดยทั่วไปใบแจ้งหนี้ใช้เพื่อแจ้งยอดที่ลูกค้าต้องชำระ จึงมักออกก่อนการรับเงิน โดยเฉพาะกรณีการขายแบบเครดิต อย่างไรก็ตาม ลำดับการออกเอกสารอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจและเงื่อนไขการซื้อขาย
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สถานที่/ตำแหน่งร้าน

สถานที่ :

เรื่องที่คุณอาจสนใจ