ลูกจ้างลาป่วยได้กี่วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่าไหร่

ช่วยแนะนำร้านให้เพื่อน
ลูกจ้างลาป่วยได้กี่วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่าไหร่

คำถามที่ฝ่ายบุคคลเจอบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ลาป่วยได้กี่วัน ต่อปี และคำถามนี้มักตามมาด้วยอีกคำถามที่ยากกว่า คือถ้าพนักงานลาเกินสิทธิแล้วจะหักเงินได้หรือไม่ ปัญหาคือคนส่วนใหญ่จำเลข 30 วันได้ แต่จำไม่ได้ว่าเลขนั้นคือเพดานของอะไร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันทั้งสองฝ่าย และบางครั้งกลายเป็นข้อร้องเรียนถึงกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

บทความนี้สรุปเรื่องลาป่วยจากมุมของนายจ้างและ HR ว่าต้องนับอย่างไร ขออะไรได้ และต้องเขียนอะไรไว้ในเอกสารของบริษัทให้ครบ

ลาป่วยได้กี่วัน กฎหมายแยกไว้ 2 เรื่องที่คนมักปนกัน

ต้นตอของความสับสนคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พูดถึงการลาป่วยไว้ในสองมาตรา และสองมาตรานี้ตอบคำถามคนละข้อ

มาตรา 32 ตอบว่า "ลาได้กี่วัน" คำตอบคือลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนวัน เพราะไม่มีใครกำหนดล่วงหน้าได้ว่าจะป่วยหนักแค่ไหน
มาตรา 57 ตอบว่า "ได้ค่าจ้างกี่วัน" คำตอบคือนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน
ประเด็น กฎหมายกำหนดว่า
จำนวนวันที่ลาได้ เท่าที่ป่วยจริง ไม่มีเพดาน
จำนวนวันที่ได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
วันที่เกิน 30 วันทำงาน นายจ้างเลือกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่ ตามข้อบังคับของบริษัท

พูดให้ชัดคือ เลข 30 ไม่ใช่โควตาวันลา แต่เป็นเพดานวันที่ได้เงิน ถ้าพนักงานป่วยจริง 40 วัน นายจ้างปฏิเสธการลาไม่ได้ แต่จ่ายค่าจ้างแค่ 30 วันแรกได้ ส่วน 10 วันที่เหลือขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติคือการมองว่าพนักงานที่ลาป่วยเกิน 30 วันคือพนักงานที่ "ขาดงาน" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการลาป่วยที่ป่วยจริงยังเป็นการลาโดยชอบอยู่ เพียงแต่ไม่ได้รับค่าจ้างในส่วนที่เกิน

คุ้มครองครบทุกกลุ่ม รวมถึงพนักงานทดลองงาน

สิทธิลาป่วยตามมาตรา 32 คุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทเท่ากัน ทั้งลูกจ้างรายเดือน รายวัน และลูกจ้างตามผลงาน รวมถึง พนักงานที่ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ก็มีสิทธิลาป่วยและรับค่าจ้างเหมือนพนักงานประจำ

นี่เป็นจุดที่หลายบริษัทเผลอเขียนระเบียบไว้ผิด เช่น กำหนดว่าต้องผ่านทดลองงานก่อนจึงจะใช้สิทธิลาป่วยได้ หรือกำหนดว่าพนักงานรายวันไม่ได้ค่าจ้างวันลาป่วย ซึ่งข้อบังคับที่ให้สิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดจะใช้บังคับไม่ได้ และเป็นความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบ

"ปีหนึ่ง" ที่กฎหมายพูดถึง คือปีไหน

จุดที่กฎหมายไม่ได้ระบุชัดคือคำว่า "ปีหนึ่ง" หมายถึงปีปฏิทิน (1 มกราคม–31 ธันวาคม) หรือรอบปีการทำงานของพนักงานแต่ละคน (นับจากวันเริ่มงาน) เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะกำหนดให้ชัดเจนไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

ในทางปฏิบัติ องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้ปีปฏิทิน เพราะรีเซ็ตพร้อมกันทั้งบริษัท ทำให้คำนวณและตรวจสอบง่ายกว่าการนับรอบปีของพนักงานแต่ละคนที่เริ่มงานไม่พร้อมกัน แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบใด สิ่งสำคัญคือ ต้องเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและใช้เกณฑ์เดียวกันกับพนักงานทุกคน เพราะถ้าไม่ระบุไว้เลย เมื่อเกิดข้อโต้แย้งจะตีความไปในทางที่เป็นคุณต่อลูกจ้าง

นับ 30 วันทำงานอย่างไรให้ถูก

กฎหมายใช้คำว่า "30 วันทำงาน" ไม่ใช่ 30 วันปฏิทิน ความต่างนี้สำคัญมากในการคำนวณ

นับเฉพาะวันทำงานของพนักงานคนนั้น วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีที่คั่นอยู่ระหว่างวันลา ไม่ถูกนับรวมเป็นวันลาป่วย
ลาป่วยครึ่งวันก็นับครึ่งวัน หลายบริษัทปัดขึ้นเป็นเต็มวันซึ่งทำให้พนักงานเสียสิทธิเร็วกว่าที่ควร
การลาคร่อมวันหยุด อาจถือเป็นการลาต่อเนื่อง เช่น ลาวันศุกร์ แล้วลาต่อวันจันทร์ ในเชิงการนับวันที่ได้ค่าจ้างจะนับ 2 วันทำงาน แต่ในเชิงการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไข 3 วันทำงานติดต่อกันหรือไม่ กรณีลักษณะนี้อาจถูกมองว่าเป็นการลาต่อเนื่องได้
ใบรับรองแพทย์ ขอได้แค่ไหน

มาตรา 32 เขียนว่า การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้าง "อาจ" ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ คำว่า "อาจ" มีความหมายสองชั้นที่ HR ควรเข้าใจให้ตรงกัน

การลาไม่ถึง 3 วันทำงาน นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกใบรับรองแพทย์เป็นเงื่อนไขในการอนุมัติ ระเบียบบริษัทที่กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ลาป่วย จึงเป็นการกำหนดที่เกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจ
การลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป ขอได้ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับเด็ดขาด ถ้าลูกจ้างแสดงไม่ได้ เช่น ซื้อยารักษาตัวเอง หรือรักษาที่สถานพยาบาลที่ไม่ออกใบรับรอง กฎหมายให้ลูกจ้างชี้แจงเหตุผลให้นายจ้างทราบแทน กรณีนี้ถือว่าผิดระเบียบด้านเอกสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นการขาดงาน และยังมีสิทธิได้รับค่าจ้าง

แนวปฏิบัติที่ลดข้อขัดแย้งได้ดีคือ กำหนดในข้อบังคับให้ชัดว่าให้แจ้งลาภายในกี่ชั่วโมงและแจ้งผ่านช่องทางไหน แล้วแยกเรื่องเอกสารประกอบออกมาเป็นอีกข้อ โดยระบุว่าขอในกรณีลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป และเปิดช่องให้ชี้แจงได้หากไม่มีใบรับรอง เพื่อให้ระเบียบสอดคล้องกับตัวบทกฎหมาย

หากต้องการดูรายละเอียดฝั่งสิทธิของพนักงานประกอบ ทั้งเรื่องลาป่วยได้กี่วัน แบบได้รับค่าจ้าง กรณีลาป่วยโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ และช่องทางร้องเรียนเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม มีสรุปไว้อย่างละเอียดพร้อมตารางเทียบวันลาทุกประเภท ซึ่งช่วยให้ HR อธิบายให้พนักงานเข้าใจได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่นายจ้างต้องเขียนไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

หลายกิจการไม่รู้ว่าเรื่องวันลาไม่ใช่เพียงนโยบายภายใน แต่เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมี ตามมาตรา 108 นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกัน ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย 8 หัวข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "วันลาและหลักเกณฑ์การลา"

สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมคือ

ประกาศใช้ข้อบังคับภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบ 10 คน
จัดเก็บ เผยแพร่ และปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน
หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขนั้นภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้

ข้อดีที่ตามมาคือ เมื่อมีข้อบังคับที่เขียนชัดเจน การพิจารณาเรื่องวันลาจะไม่ต้องตัดสินเป็นกรณี ๆ ไป ลดโอกาสที่พนักงานจะรู้สึกว่าถูกปฏิบัติไม่เท่ากัน และเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้เมื่อมีข้อพิพาท

4 จุดที่ควรเช็กในระบบบันทึกวันลาของบริษัท

ปัญหาเรื่องลาป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเจตนา แต่เกิดจากการบันทึกข้อมูลที่ไม่ครบ ลองเช็กว่าระบบที่ใช้อยู่ตอบสี่ข้อนี้ได้หรือไม่

บอกได้ทันทีว่าพนักงานแต่ละคนใช้สิทธิลาป่วยไปแล้วกี่วันในปีนี้ ถ้ายังต้องเปิดไฟล์ย้อนหลังไปนับ ความคลาดเคลื่อนจะเกิดขึ้นเสมอ
แยกวันลาป่วยที่ได้ค่าจ้างกับส่วนที่เกิน 30 วันทำงานได้อัตโนมัติ เพราะสองส่วนนี้คำนวณค่าจ้างต่างกัน
มีร่องรอยการอนุมัติที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ว่าใครอนุมัติ เมื่อไหร่ ซึ่งช่วยได้มากเมื่อเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
ข้อมูลวันลาเชื่อมกับการคำนวณเงินเดือนได้โดยตรง ไม่ต้องกระทบยอดด้วยมือทุกรอบจ่าย

ปัจจุบันการจัดการวันลาผ่านระบบออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติแม้ในกิจการขนาดเล็ก เพราะช่วยให้พนักงานตรวจสอบวันลาคงเหลือได้เอง หัวหน้าอนุมัติจากมือถือได้ และลดคำถามที่ HR ต้องตอบซ้ำ ๆ ทุกเดือนไปได้มาก

สรุป

คำตอบของคำถามว่าลาป่วยได้กี่วัน คือลาได้เท่าที่ป่วยจริงโดยไม่มีเพดาน แต่ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี สิทธินี้คุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทรวมถึงพนักงานทดลองงาน ใบรับรองแพทย์ขอได้เมื่อลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป และถ้าลูกจ้างไม่มีก็ให้ชี้แจงเหตุผลแทนได้

สำหรับนายจ้าง สิ่งที่ช่วยลดปัญหาได้มากที่สุดคือสองอย่าง คือเขียนหลักเกณฑ์การลาไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้ชัดเจนตามมาตรา 108 และมีระบบบันทึกวันลาที่ตรวจสอบได้จริง เพราะเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน เรื่องลาป่วยก็จะไม่กลายเป็นข้อขัดแย้งอีก

ข้อมูลอ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 32, 57, 108, 110) และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรณีเฉพาะควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สถานที่/ตำแหน่งร้าน

สถานที่ :

เรื่องที่คุณอาจสนใจ