กรมชลประทาน

ช่วยแนะนำร้านให้เพื่อน
ชลประทานพิษณุโลก ให้สัมภาษณ์ PHONE-IN รายการ “ผู้ว่าฯ พิดโลก ชวนคุย” ประเด็น “เตรียมพร้อมรับฤดูฝนและแนวโน้ม เอลนีโญ่ 2569”

โดย นายวิทูร เกิดอินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ร่วมสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (PHONE-IN) สวท.พิษณุโลก รายการ “ผู้ว่าฯ พิดโลก ชวนคุย” ประเด็น “เตรียมพร้อมรับฤดูฝนและแนวโน้ม เอลนีโญ่ 2569” เพื่อเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชน ทราบถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำ แนวโน้มสถานการณ์ เอลนีโญ่ และมาตรการการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดพิษณุโลก ออกอากาศผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก FM. 94.25 MHz.ดังนี้

1.- เรื่อง สถานการณ์น้ำ ใน จ.พิษณุโลก แม่น้ำน่าน
1.1 สถานการณ์น้ำท่า
- สถานีวัดน้ำ N5A เมืองพิษณุโลก
ระดับน้ำ +35.42 ม. รทก. (ระดับตลิ่ง +44.87) มีอัตราน้ำไหลผ่าน 84.22 ลบ.ม./วินาที คิดเป็น 6.19% ของความจุลำน้ำ (ลดกว่าเมื่อวาน 13.41 ลย.ม./วินาที)

ขอแจ้งข่าวสารเรื่อง ปรับเพิ่มการระบายน้ำ เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน 2569 เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำแม่น้ำน่าน และทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม กรมชลประทานได้กำหนดแผนการระบายน้ำ ดังนี้

เขื่อนสิริกิติ์ ปรับเพิ่มการระบายน้ำรายวัน จากเดิมวันละ 12 ล้าน ปัจจุบันระหว่างวันที่ 24-28 มิ.ย.ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 18 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 2.6 ล้าน ทั้งนี้จะส่งผลต่อการสูงขึ้นของระดับน้ำในช่วงระยะนี้ของในลำน้ำน่านที่ผ่านอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง และอำเภอบางกระทุม จังหวัดพิษณุโลก จึงแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน

1.2 สภาพน้ำในเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ
• เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเก็บ 4,987 ล้าน ลบ.ม (52.44%) ใช้การได้ 2,137 ล้าน ลบ.ม (32.08%) น้ำไหลเข้า 9.28 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 14.14 ล้าน ลบ.ม.(163.66 ลบ.ม./วินาที)
• เขื่อนแควน้อย มีน้ำเก็บกัก 251.00 ล้าน ลบ.ม (26.73%) ใช้การได้ 208.00 ล้านลบ.ม (23.21%) น้ำไหลเข้า 1.85 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 2.59 ล้าน ลบ.ม.(30 ลบ.ม./วินาที)

2.- เรื่อง แนวโน้ม เอลนีโญ่ ในปัจจุบัน
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สภาวะ เอลนีโญ่ แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ฝนทิ้งช่วงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน-กลางเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลปกติ เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านทางตอนใต้ของประเทศจีน ส่งผลให้ปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยลดน้อยลงชั่วคราว และคาดการณ์ว่าสภาวะเอลนีโญนี้จะยังคงทรงตัวและต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนมาก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง รวมถึงฝนตกหนักและน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่

3.- เรื่อง การดำเนินการ ของ ชลประทาน มีอะไรบ้าง รับมือ น้ำท่วม น้ำแล้ง
โดยการบริหารจัดการน้ำในช่วงนี้ เป็นไปตามนโยบายกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ คำนึงถึงความมั่นคงด้านน้ำ การอุปโภคบริโภค ระบบนิเวศน์ การเกษตร และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้มีแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝน 2569 ตามลำดับความสำคัญ คือ
1.จัดสรรน้ำเพื่อการอุโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี
2.การส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก (ใช้น้ำฝนเป็นหลัก น้ำชลประทานเสริมส่งน้ำเป็นรอบเวร ตามปฎิทินที่กำหนดของแต่ละพื้นที่) ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569)
3.บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยระบบอาคารชลประทาน เช่นการส่งน้ำแบบรอบเวร ใช้น้ำให้ตรงรอบเวรและใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด /ในส่วนของการพร่องระบายน้ำ(จะต้องทำตามความจำเป็น) เท่านั้น
4.กักเก็บน้ำในเขื่อนหลัก ให้มากที่สุด ไม่ต่ำกว่าเกณท์เก็บกักต่ำสุด เพื่อความมั่นคงด้านน้ำ รวมทั้งอาคารชลประทานการต่างๆ หรือ ห้วย หนอง คลองธรรมชาติ บึง บ่อหลา ต้องเน้นกักเก็บน้ำ
5.วางแผนป้องกันอุทกภัย สำหรับแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝน 2569
(ใช้น้ำฝนเป็นหลัก น้ำชลประทานเสริมส่งน้ำเป็นรอบเวร ตามปฎิทินที่กำหนดของแต่ละพื้นที่) ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ด้านการบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อมป้องกันอุทกภัยฤดูน้ำหลากปี 2569 จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการภายใต้กรอบ “9 มาตรการรองรับฤดูฝน 2569 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบ คือ

มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง ซึ่งส่วนใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลกจะเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานในพื้นที่ ลุ่มน้ำภาค ในเขตพื้นที่ อ.นครไทย อ.ชาติตระการ(น้ำป่าไหลหลาก)และบางส่วนของ อ.วัดโบสถ์(น้ำป่าไหลหลาก) ,ลุ่มน้ำวังทอง ในเขตพื้นที่ อ.วังทอง อ.บางกระทุ่ม(พื้นที่ต้นน้ำยังไม่มีเขื่อน),ลุ่มน้ำคลองชมพู ในเขตพื้นที่อ.เนินมะปราง อ.บางกระทุ่ม ซึ่งพื้นที่ต้นน้ำยังไม่มีเขื่อน,ลุ่มน้ำน่านในเขตพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางกระทุ่ม(น้ำหลากท่วมน้ำล้นตลิ่ง) และพื้นที่เสี่ยงที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลก ทุ่งลุ่มต่ำ บางระกำโมเดล ในเขตพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เนื่องจากลุ่มน้ำยม ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในการกักเก็บตัดยอดน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบน ทำให้ช่วงฤดูน้ำหลากแม่น้ำยมจะมีปริมาณน้ำมากเกินศักยภาพของลำน้ำที่จะรับไหว จึงใช้ “การจัดจราจรน้ำ” เชื่อมโยงในโครงข่าย ลุ่มน้ำยม-ลุ่มน้ำน่าน

มาตรการที่ 2 ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำอย่างบูรณาการในระบบลุ่มน้ำ อย่างรัดกุม ให้สอดคล้อง ในช่วงน้ำหลาก ซึ่งเป็นการบริหารจัดการน้ำในด้านป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม

มาตรการที่ 3 เตรียมความพร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำระบบ Hydroflow ประจำจุดเสี่ยงเพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุได้ทันที

มาตรการที่ 4 ตรวจสอบความพร้อมด้านกายภาพ โดยดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ ทำนบ พนังกั้นน้ำ อย่างต่อเนื่อง

มาตรการที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ ของทางน้ำ เร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

มาตรการที่ 6 จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ ก่อนเกิดภัย มีการประชุมคณะทำงานบูรณาการทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์บัญชาการป้องกันบรรเทาอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก

มาตรการที่ 7 เร่งพัฒนาและวางแผนกักเก็บน้ำสำรองในอ่างเก็บน้ำ อาคารชลประทาน ต่างๆในความรับผิดชอบให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อเร่งเก็บกักน้ำต้นทุนในทุกพื้นที่

มาตรการที่ 8 การสร้างการรับรู้ความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายในการติดตามเฝ้าระวัง รับมือภัยด้านน้ำ

มาตรการที่ 9 การติดตามประเมินผลวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ และข้อมูลการคาดการณ์ ONE MAP เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ทันท่วงที
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

สถานที่/ตำแหน่งร้าน

สถานที่ :

เรื่องที่คุณอาจสนใจ